• DNDi_Logo_No-Tagline_Full Colour
  • Our work
    • Diseases
      • Sleeping sickness
      • Visceral leishmaniasis
      • Cutaneous leishmaniasis
      • Chagas disease
      • Parasitic worms
      • Mycetoma
      • Dengue
      • Paediatric HIV
      • Cryptococcal meningitis
      • Hepatitis C
      • Pandemic preparedness
      • Antimicrobial resistance
    • Research & development
      • R&D portfolio & list of projects
      • Drug discovery
      • Translational research
      • Clinical trials
      • Registration & access
      • Evidence for impact
      • Treatments delivered
    • Advocacy
      • Open and collaborative R&D
      • Transparency of R&D costs
      • Pro-access policies and IP
      • Children’s health
      • Gender equity
      • Climate change
      • AI and new technologies
  • Networks & partners
    • Partnerships
      • Our partners
      • Partnering with us
    • Global networks
      • Chagas Platform
      • Dengue Alliance
      • HAT Platform
      • LEAP Platform
      • redeLEISH Network
    • DNDi worldwide
      • DNDi Switzerland
      • DNDi Eastern Africa
      • DNDi Japan
      • DNDi Latin America
      • DNDi North America
      • DNDi South Asia
      • DNDi South-East Asia
      • DNDi West and Central Africa
  • News & resources
    • News & stories
      • News
      • Stories
      • Statements
      • Viewpoints
      • Social media
      • eNews Newsletter
    • Press
      • Press releases
      • In the media
      • Podcasts, radio & TV
      • Media workshops
    • Resources
      • Scientific articles
      • Our publications
      • Videos
    • Events
  • About us
    • About
      • Who we are
      • Our story
      • How we work
      • Our strategy
      • Our donors
      • Annual reports
      • Our prizes and awards
    • Our people
      • Our leadership
      • Our governance
      • Contact us
    • Work with us
      • Working at DNDi
      • Job opportunities
      • Requests for proposal
  • Donate
  • DNDi_Logo_No-Tagline_Full Colour
  • Our work
    • Diseases
      • Sleeping sickness
      • Visceral leishmaniasis
      • Cutaneous leishmaniasis
      • Chagas disease
      • Parasitic worms
      • Mycetoma
      • Dengue
      • Paediatric HIV
      • Cryptococcal meningitis
      • Hepatitis C
      • Pandemic preparedness
      • Antimicrobial resistance
    • Research & development
      • R&D portfolio & list of projects
      • Drug discovery
      • Translational research
      • Clinical trials
      • Registration & access
      • Evidence for impact
      • Treatments delivered
    • Advocacy
      • Open and collaborative R&D
      • Transparency of R&D costs
      • Pro-access policies and IP
      • Children’s health
      • Gender equity
      • Climate change
      • AI and new technologies
  • Networks & partners
    • Partnerships
      • Our partners
      • Partnering with us
    • Global networks
      • Chagas Platform
      • Dengue Alliance
      • HAT Platform
      • LEAP Platform
      • redeLEISH Network
    • DNDi worldwide
      • DNDi Switzerland
      • DNDi Eastern Africa
      • DNDi Japan
      • DNDi Latin America
      • DNDi North America
      • DNDi South Asia
      • DNDi South-East Asia
      • DNDi West and Central Africa
  • News & resources
    • News & stories
      • News
      • Stories
      • Statements
      • Viewpoints
      • Social media
      • eNews Newsletter
    • Press
      • Press releases
      • In the media
      • Podcasts, radio & TV
      • Media workshops
    • Resources
      • Scientific articles
      • Our publications
      • Videos
    • Events
  • About us
    • About
      • Who we are
      • Our story
      • How we work
      • Our strategy
      • Our donors
      • Annual reports
      • Our prizes and awards
    • Our people
      • Our leadership
      • Our governance
      • Contact us
    • Work with us
      • Working at DNDi
      • Job opportunities
      • Requests for proposal
  • Donate
Home > Press releases > ไทย บราซิล และ มาเลเซีย เตรียมเริ่มการศึกษาวิจัยทางคลินิก เพื่อทดสอบยารักษาไข้เลือดออกชนิดใหม่ที่พัฒนาโดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย > Page 21

ไทย บราซิล และ มาเลเซีย เตรียมเริ่มการศึกษาวิจัยทางคลินิก เพื่อทดสอบยารักษาไข้เลือดออกชนิดใหม่ที่พัฒนาโดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย

Home > Press releases > ไทย บราซิล และ มาเลเซีย เตรียมเริ่มการศึกษาวิจัยทางคลินิก เพื่อทดสอบยารักษาไข้เลือดออกชนิดใหม่ที่พัฒนาโดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย > Page 21

ไทย บราซิล และ มาเลเซีย เตรียมเริ่มการศึกษาวิจัยทางคลินิก เพื่อทดสอบยารักษาไข้เลือดออกชนิดใหม่ที่พัฒนาโดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย

Pune/Bangkok/Kuala Lumpur/Rio de Janeiro — 8 Jul 2026
  • தமிழ்
    • தமிழ்
    • English
    • Español
    • Português

สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย หรือ Serum Institute of India (SII) ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก และองค์กรวิจัยทางการแพทย์ไม่แสวงผลกำไร Drugs for Neglected Diseases initiative (DNDi) ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัย และสนับสนุนการเข้าถึงยารักษาโรคไข้เลือดออก สำหรับยาโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่พัฒนาโดยสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย (เดิมใช้ชื่อ VIS513)

ภายหลังการลงนามดังกล่าว DNDi มีแผนเริ่มการศึกษาวิจัยทางคลินิกระยะที่ 3 ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ. 2570 ในประเทศมาเลเซีย ไทย และบราซิล ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกของเครือข่าย Dengue Alliance เครือข่ายดังกล่าวเป็นความร่วมมือของหน่วยงานและสถาบันวิจัยจากประเทศที่ประสบปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออก เพื่อพัฒนายารักษาที่มีประสิทธิภาพและเอื้อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงได้ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการศึกษาวิจัยทางคลินิกประมาณ 1,000 คนจากทั้งสามประเทศ

‘โมโนโคลนอลแอนติบอดี’ เป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาโรคไข้เลือดออกที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในปัจจุบัน โดย สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียได้พัฒนาและปรับปรุงสูตรยาดังกล่าว พร้อมดำเนินการศึกษาทั้งในห้องปฏิบัติการและการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 1 และ 2 ซึ่งแสดงผลด้านความปลอดภัยและมีประสิทธิผลที่น่าพอใจ ปัจจุบันทางสถาบันฯ กำลังดำเนินการทดลองการศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 3 ในอินเดีย

สำหรับการศึกษาที่ดำเนินการโดย DNDi ในมาเลเซีย ไทย และบราซิล สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียจะเป็นผู้จัดหายาสำหรับการศึกษาและรับผิดชอบการขนส่งภายใต้อุณหภูมิควบคุมไปยังหน่วยวิจัยต่าง ๆ

“สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย มีความมุ่งมั่นในการควบคุมโรคไข้เลือดออก เรากำลังพัฒนาตัวยาเพื่อการป้องกันและรักษาโรค เพื่อปกป้องผู้ป่วยในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก โดยจะพัฒนา ผลิต และกระจายทั้งวัคซีนและโมโนโคลนอลแอนติบอดีให้ประชาชนทั่วโลกเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง สภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย และ องค์กร DNDi เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ DNDi เพื่อสานต่อการพัฒนายาโมโนโคลนอลแอนติบอดี ร่วมกับประเทศสมาชิกในเครือข่าย Dengue Alliance” ดร.ราชีฟ เดียร์ ที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์อาวุโสของสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย กล่าว

การศึกษาวิจัยในมาเลเซีย ไทย และบราซิล จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก หน่วยงานเตรียมความพร้อมและตอบสนองภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพของสหภาพยุโรป (DG HERA) ร่วมกับ องค์การเพื่อการพัฒนาของฝรั่งเศส (AFD) โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา HERA ได้ประกาศลงทุน 20 ล้านยูโร หรือ 760 ล้านบาท  เพื่อเร่งการพัฒนายารักษาโรคไข้เลือดออกชนิดใหม่ 2 รายการ

แม้โรคไข้เลือดออกจะมีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะโรค การดูแลผู้ป่วยยังคงเป็นการรักษาตามอาการ ซึ่งมักต้องอาศัยการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและการให้น้ำเกลือ ส่งผลให้ระบบสาธารณสุขต้องเผชิญภาระหนักในช่วงที่มีการระบาด

“การมียารักษาโรคไข้เลือดออกมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เราต้องการยาที่สามารถป้องกันไม่ให้โรคลุกลามสู่ระยะรุนแรง เพื่อลดการเสียชีวิตและลดภาระทางเศรษฐกิจทั้งต่อผู้ป่วยและระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ซึ่งมีโอกาสเกิดโรครุนแรงและเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ” นพ.อังเดร ซิเกรา หัวหน้าโครงการโรคไข้เลือดออกของ DNDi กล่าว

เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกชนิดรุนแรง ขณะที่หญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเสียชีวิตของมารดาและการสูญเสียการตั้งครรภ์

มีประชากรกว่า 5.9 พันล้านคนทั่วโลกที่มีความเสี่ยงต่อโรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงเป็นพาหะและแพร่ระบาดเร็วที่สุด เดิมโรคนี้พบเฉพาะในประเทศเขตร้อน แต่จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเดินทางระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้โรคไข้เลือดออกขยายวงกว้างไปยังหลายภูมิภาคของโลก รวมถึงยุโรป

การควบคุมโรคไข้เลือดออกในปัจจุบันยังคงมุ่งเน้นการควบคุมยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรค และการใช้วัคซีนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงวัคซีนยังมีข้อจำกัด และประสิทธิผลของวัคซีนอาจแตกต่างกันไปตามประวัติการติดเชื้อและสายพันธุ์ของไวรัส ดังนั้น การมียารักษาจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเสริมมาตรการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในประเทศไทย การศึกษาวิจัยจะดำเนินการโดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งของเครือข่าย Dengue Alliance

“โรคไข้เลือดออกเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยมีการระบาดตามฤดูกาลและมีผู้ป่วยหลายหมื่นรายในแต่ละปี ประเทศไทยจำเป็นต้องมียารักษาเพื่อช่วยลดภาระต่อระบบสาธารณสุข และสนับสนุนเป้าหมายการลดการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2573 ควบคู่ไปกับการใช้วัคซีนและมาตรการควบคุมยุงลาย” ศาสตราจารย์ ดร น.พ. ประเสริฐ เอื้อวรากุล หัวหน้าหน่วยวิจัยโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว

ในปี 2568 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกกระจุกตัวในภาคเหนือและภาคใต้ โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก 51 ราย

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ยารักษาโรคไข้เลือดออกสามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง ผ่านการกำหนดราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการผลิตและการจัดหายาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย และ DNDi จะให้ความสำคัญกับการกระจายยาผ่านระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเป็นธรรม

การทดลองการศึกษาวิจัยในมนุษย์สำหรับยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี ในอีกสองประเทศจะดำเนินการร่วมกับ มูลนิธิ Oswaldo Cruz (Fiocruz) และ มหาวิทยาลัย Federal de Minas Gerais ประเทศบราซิล และ กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย   

โครงการวิจัยและพัฒนายารักษาโรคไข้เลือดออกของ DNDi ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก คณะกรรมาธิการยุโรป หน่วยงานเตรียมความพร้อมและรับมือภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพ (DG HERA) ภายใต้โครงการ EU4Health 2025 ผ่าน สำนักงานพัฒนาแห่งฝรั่งเศส (AFD) ประเทศฝรั่งเศส; กระทรวงวิจัย เทคโนโลยี และอวกาศแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMFTR) ผ่าน ธนาคารเพื่อการพัฒนา KfW; กระทรวงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMZ) ผ่าน KfW; องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Médecins Sans Frontières International); กระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ (DGIS); สำนักงานเพื่อการพัฒนาและความร่วมมือแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (SDC); หน่วยงานด้านการพัฒนาระหว่างประเทศของสหราชอาณาจักร (UK International Development) ตลอดจนมูลนิธิและผู้บริจาคภาคเอกชนอื่น ๆ

เกี่ยวกับ Dengue Alliance

Dengue Alliance เป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยจากประเทศที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออก ประกอบด้วยสถาบันวิจัยจากบราซิล อินเดีย มาเลเซีย และไทย ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่มีภาระโรคไข้เลือดออกสูง โดยมีผู้ป่วยตั้งแต่หลักแสนถึงหลายล้านรายต่อปีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เครือข่ายนี้ก่อตั้งขึ้นบนแนวคิดที่ว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศในซีกโลกใต้ (South-South Cooperation) เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการวิจัย พัฒนา และผลักดันให้ประชาชนในประเทศที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงยารักษาใหม่ได้อย่างทั่วถึง

DNDi และพันธมิตรใน Dengue Alliance มุ่งพัฒนายารักษาโรคไข้เลือดออกหลายรูปแบบเข้าสู่การศึกษาทางคลินิก ได้แก่ ยาต้านไวรัสที่ออกฤทธิ์โดยตรงต่อเชื้อไวรัส การรักษาที่มุ่งเสริมการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (host-directed therapies) และโมโนโคลนอลแอนติบอดี (monoclonal antibodies) ซึ่งเป็นโปรตีนที่พัฒนาขึ้นในห้องปฏิบัติการเพื่อเลียนแบบแอนติบอดีตามธรรมชาติของร่างกายในการจับและยับยั้งไวรัสไข้เลือดออก

นอกจากนี้ เครือข่ายยังเดินหน้าค้นหาและประเมินแนวทางการรักษาใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำยาที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ใช้รักษาโรคไข้เลือดออก (drug repurposing) และการพัฒนาสารออกฤทธิ์ชนิดใหม่ (new chemical entities) เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้สำหรับผู้ป่วยทั่วโลก.

เกี่ยวกับ DNDi

Drugs for Neglected Diseases initiative (DNDi) เป็นองค์กรวิจัยทางการแพทย์ไม่แสวงหากำไร ที่ทำหน้าที่ค้นคว้า พัฒนา และส่งมอบการรักษาที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และราคาจับต้องได้ สำหรับผู้ป่วยที่ที่มักถูกละเลยDNDi กำลังพัฒนายาสำหรับโรคต่างๆ อาทิ โรคลิชมาเนีย โรคชากัส ไข้เลือดออก เอชไอวีในเด็ก โรคเอชไอวีระยะลุกลาม เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อคริปโตค็อกคัส และโรคไวรัสตับอักเสบซี โดยให้ความสำคัญกับโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพเด็ก ความเท่าเทียมทางเพศ และโรคที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ DNDi ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2546 และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ได้ร่วมมือกับภาคีทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลก พัฒนายา 14 รายการ และช่วยชีวิตผู้คนมาแล้วนับล้านราย  ในปี พ.ศ.2561 น.พ.แบร์นาร์ เปกูว์ ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้อำนวยการ DNDi ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาสาธารณสุข ในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนายาเพื่อผู้ป่วยในประเทศกำลังพัฒนา

dndi.org

เกี่ยวกับสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย (Serum Institute of India)

สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2509 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Cyrus Poonawalla Group เป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตวัคซีน โดยมุ่งมั่นในการจัดหาวัคซีนในราคาที่เข้าถึงได้ให้กับประชากรทั่วโลก ปัจจุบัน สถาบันเซรุ่มฯ  เป็นผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก มีการดำเนินงานในกว่า 170 ประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และยุโรป มีโรงงานผลิตขนาดใหญ่ ที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 4 พันล้านโดสต่อปี สถาบันเซรุ่มฯ ได้ช่วยชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 30 ล้านรายตลอดหลายปีที่ผ่านมา

seruminstitute.com

DG HERA (Health Emergency Preparedness and Response Authority) เป็นหน่วยงานในสังกัดคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) มีภารกิจในการสนับสนุนการพัฒนา การผลิต และการกระจายเวชภัณฑ์สำคัญอย่างเท่าเทียม เพื่อป้องกันและรับมือกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่อาจส่งผลกระทบข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว

DG HERA มีบทบาทในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของสหภาพยุโรป โดยประสานความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกทั้งในช่วงการเตรียมความพร้อมและการรับมือภาวะวิกฤต พร้อมทั้งลดความเปราะบางและการพึ่งพาเชิงยุทธศาสตร์ของสหภาพยุโรปในด้านการพัฒนา การผลิต การจัดซื้อ การสำรอง และการกระจายเวชภัณฑ์ที่จำเป็น นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการเสริมสร้างความพร้อมและระบบการตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในระดับโลก โดยทำงานร่วมกับประเทศสมาชิก องค์กรภาคประชาสังคม ภาคอุตสาหกรรม ประเทศคู่ความร่วมมือ และองค์กรพันธมิตรระหว่างประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

บราลี มีศุข

เจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กร DNDi

โทร 0819216462

อีเมล์ bmeesukh@dndi.org

Clinical trials Partnership Dengue Asia Latin America

Read, watch, share

Loading...
Laboratory staff working
News
3 Dec 2023

DNDi commits to cutting carbon emissions in half by 2030

Cover image for the film 'Mycetoma: Neglected but not Forgotten'
Videos
23 Nov 2023

Mycetoma: Neglected but not Forgotten

Nurse caring for patient with a lesion on the feet
Press releases
23 Nov 2023

World’s first clinical trial for devastating fungal disease mycetoma shows efficacy of new, promising treatment

People standing under tents at the Run for Neglected Patients
News
23 Nov 2023

DNDi@20 charity run shines the spotlight on neglected diseases in Kenya

Viewpoints
20 Nov 2023

Africa Statistics Day: Statistics save lives, especially those of neglected patients

Africa Uncensored
Viewpoints
13 Nov 2023

Doenças negligenciadas ameaçam saúde pública global

Folha de S. Paulo
Viewpoints
11 Nov 2023

DNDi: 20 years of delivering treatments for neglected patients

MSF Access Campaign Blog
Statements
7 Nov 2023

Seventh meeting of the Intergovernmental Negotiating Body (INB) for a WHO instrument on pandemic prevention, preparedness and response

VIEW ALL

Help neglected patients

To date, we have delivered fourteen new treatments, saving millions of lives.

Our goal is to deliver 25 new treatments in our first 25 years. You can help us get there. 

GIVE NOW
Linkedin-in Instagram Youtube X-twitter Tiktok Facebook-f
International non-profit developing safe, effective, and affordable treatments for the most neglected patients.

Learn more

  • Diseases
  • Neglected tropical diseases
  • R&D portfolio
  • Policy advocacy

Get in touch

  • Our offices
  • Contact us
  • Integrity Line

Support us

  • Donate
  • Subscribe to eNews

Work with us

  • Join research networks
  • Jobs
  • RFPs
  • Terms of Use   
  •   Acceptable Use Policy   
  •   Privacy Policy   
  •   Cookie Policy   
  •   Our policies   

  • Except for images, films, and trademarks which are subject to DNDi’s Terms of Use, content on this site is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 4.0 International license